SANGABUAY & PANDANEGATIVE PROJECT

การค้นพบตัวเองครั้งสำคัญของ ดช.วิวัธน์ จิโรจน์กุล ในวัย 6 ขวบ ก็คือ พรสวรรค์ในการสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆ ครั้งแรกที่เขาแสดงความเมพออกมาก็คือ เมื่อครั้งที่ครูประจำชั้น ป.2 ถามว่า "พืชมีกี่ชนิด?" ในขณะที่เด็กคนอื่นไม่มีใครกล้าตอบ แต่ เขาชูสองนิ้ว ลุกขึ้นตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า " ลิโพวิตันดี ครับ!!!" ทำเพื่อนฮาทั้งห้อง... แลกกับไม้เรียว 2 ท

หลังจากนั้น ความเกรียน ของ นายยอด ก็กระฉ่อน แม้จะโดนทำโทษแล้วทำโทษอีก แต่เขาก็ไม่เคยเข็ด เพื่อให้เพื่อนๆได้หัวเราะ เขาไม่เคยยอมพลาดโอกาสเลย เขาคิดว่า การทำให้คนอื่นได้หัวเราะอย่างมีความสุข คือการทำความดีอย่างหนึ่ง แม้จะแลกมาด้วยการโดนครูตีบ่อยๆก็ตาม

ความรักในดนตรีของเขามีมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กน้อย เขาจะให้แม่เปิดเพลงให้ฟังก่อนนอน ไม่งั้นก็จะไม่หลับ เครื่องดนตรีที่เขาเล่นครั้งแรกคือเมาท์ออร์แกน ของคุณตา เมื่อทางโรงเรียนรับสมัครสมาชิกดุริยางค์ เขาก็รีบสมัครเข้าร่วมวงทันที แต่เรื่องตลกก็คือ วิชาดนตรีเขากลับได้คะแนนคาบลูกคาบดอก แม้จะชอบร้องเพลง แต่ก็ไม่ชอบทำการบ้านเขียนโน้ตส่งครู เพราะการให้เขียนโน้ตทุกๆช่องให้เสียงเท่ากันทั้งหน้า มันเป็นงานที่ซ้ำซากจำเจ เรียกได้ว่า บ้าปฏิบัติแต่ไม่ชอบทฤษฎี

ในชีวิตการเรียนของเขา เรียกได้ว่า ลองผิดลองถูกกับการค้นหาตัวเองมาตลอด โดยเฉพาะในวิชาที่ต้องใช้จินตนาการ เขาไม่เคยน้อยใจแม้จะโดนครูศิลปะด่าว่าเป็นพวกคนบ้า เขาเลือกที่จะยิ้มสู้คำด่า และฝึกฝนตัวเองจนสุดท้าย จากเด็กที่คะแนนศิลปะบ๊วยที่สุดในห้อง ก็ได้รางวัลชนะเลิศในการประกวดภาพเขียนของจังหวัด จนได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันภาพเขียนในระดับภาค


หลังจากเรียนจบบริหารตามคำขอของแม่ เขาเลือกที่จะทำงานทางด้านอินเตอร์เน็ตแทนที่จะไปเป็นพนักงานขายแบบคนอื่นๆ โดยการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรก เพื่อนำมาฝึกทำกราฟิก จนเพื่อนที่ทำเว็บไซท์อยู่ก่อน ชวนให้ลองศึกษาการเขียนเว็บไซท์ และลองทำเว็บส่งให้เพื่อนดู จนได้ทำงานเว็บร่วมกัน รวมถึงการได้โอกาสเป็นวิทยากรพิเศษในกรมพัฒนาครูอาชีวะและ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เขียนหนังสือกับซีเอ็ด 3 เล่ม และสวมบทบาทเป็นนักธุรกิจนำแผนนโยบายไปเสนอบริษัทร่วมทุนต่างๆ


จนถึงวันที่เพื่อนของเขาต้องไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ทั้งคู่เลยไม่ได้ทำงานร่วมกันอีก ซัง จึงเลือกที่จะเดินในทางของตัวเองมากขึ้น เพราะชีวิตงานที่ผ่านมา เป็นการทำงานที่หนักเกินตัวและทำลายสุขภาพตัวเอง เขาตั้งเว็บ SANGABUAY.COM เพื่อสร้างเว็บให้เพื่อนๆมาเล่นด้วยกัน ตามชื่อไอดี "ซังกะบ๊วยคุง" ที่เล่นในเว็บบอร์ด จนเพื่อนๆเรียกติดปากว่า "ไอ้ซัง" และรับงานออกแบบดูแลเว็บไซท์ไปด้วย เพื่อที่เขาจะมีเวลากลับมาคิดถึงสิ่งที่เคยฝันว่าจะทำในตอนเด็กๆอีกครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องทำการ์ตูน แต่งหนังสือ เรื่องสั้น และ การทำเพลง

ในที่สุดเมื่อตัดสินใจว่า จะลองแต่งเพลงดูบ้าง ซัง มีความคิดว่า เพลงมันก็คล้ายๆกลอนนั่นแหล่ะ เขาเป็นคนที่ชอบท้าทายสิ่งใหม่ๆอยู่แล้ว จึงพยายามแต่งเพลงขึ้นมาเอง แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเลย เพราะนอกจากเนื้อเพลงที่ต้องเรียบเรียงให้ดีแล้ว ทำนองและเมโลดี้ ก็ต้องไม่ให้ซ้ำหรือมีกลิ่นของศิลปินคนอื่นๆ แม้จะแต่งออกมาห่วย อย่างไร สิ่งเดียวที่ทำได้คือ แต่งมันไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ จนในที่สุด เขาก็แต่งเพลงใหม่ๆของตัวเองได้พอสมควร จึงพยายามหาเพื่อนร่วมวงที่จะมาทำเพลงด้วยกัน แต่เพราะตัวเองไม่ได้จบสาขาดนตรี ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนที่เล่นดนตรีเก่งๆ เขาจึงพยายามหาคนที่มีความฝันเหมือนกันในอินเตอร์เน็ต

จนวันหนึ่ง เขาก็ได้มีโอกาสพบกับ อ้น ที่ลงประกาศหานักร้องและเพื่อนร่วมทำเพลงในอินเตอร์เน็ต และพบว่ามีความฝันเหมือนกัน คือการทำเพลงเป็นของตัวเอง ทั้งคู่จึงได้ร่วมงานกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนำผลงานลงอินเตอร์เน็ตในชื่อกลุ่ม SEXT เผยแพร่ในเว็บไซท์ ซังกะบ๊วยดอทคอม

ในช่วงที่เขาพยายามทำเพลงใหม่ๆ เขาก็มีโอกาสได้ลองแปลงเพลงขำๆออกมา ล้อเลียนเหตุการณ์ต่างๆ
ที่ได้พบเห็น จนได้ทำเพลง วินนิ่งไหมสาด ออกมาล้อสมาชิกในเว็บบอร์ด ที่ชอบโม้เรื่องวินนิ่ง ด้วยการบีบเสียงให้กวนตีนสุดๆ แล้วอัดรวดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อได้เอาเผยแพร่ลงเว็บไซท์ มันก็กลายเป็นเพลงในตำนานทันที เมื่อผลตอบรับออกมาดีเกินคาด เขาเลยเกิดลูกบ้า ทำเพลงใหม่ๆมาเพิ่มอีก เช่นเล่นของฟรี อมเจี๊ยวมาพูด ลืมสนิท โดยใช้ชื่อสังกัด(ปลอมๆ)ของตัวเองว่า Mafiarecord ทำให้เว็บไซท์ล่มทันที เนื่องจากคนเข้ามาโหลดฟังกันเยอะมาก จนต้องเอาเพลงไปฝากไว้ใน server ต่างประเทศ

ความนิยมก็เป็นต้นเหตุให้เกือบมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ทำนองเพลง เมื่อเขาได้รับอีเมล์จากโปรดิวเซอร์คนหนึ่งในค่ายเพลงใหญ่ติดต่อมา แต่เมื่อสนทนากันขั้นต้น พบว่า ทางนั้นสนใจเพลงที่ทำอยู่ ซัง จึงชวน อ้น เอางานไปเสนอด้วยกัน แม้จะยังไม่ได้ทำอัลบั้มในตอนนั้น แต่ก็ได้โอกาสดีๆมากมาย รวมทั้งการเปิดมุมมองใหม่ๆ


หลังจากนั้น ซัง ก็มีโอกาสได้ออกอัลบั้มแรก จากความนิยมของเพลง "ผีกาก้า" ที่นอกจากเนื้อเพลงจะเสียดสีอย่างแสบสันต์แล้ว ลีลาการร้องก็ได้มีโปรดิวเซอร์ท่านนึงให้คำนิยมกับ "ซัง" ไว้อย่างน่าชื่นชมว่า " มึงกวนตีนมวากกกกครับ!!" แต่แม้เจ้าตัวไม่ค่อยอยากให้คนติดภาพนักแต่งเพลงแปลง ซักเท่าไหร่ เพราะกลัวจะมีผลต่ออัลบั้มที่กำลังทำอยู่ แต่เพราะ กระแส "ผีกาก้า" ก็ทำให้ ซัง ได้โอกาสทำงานในสายที่ตนชื่นชอบแขนงนึง คือ ทำเพลงโฆษณาและประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง การได้ไปเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่งาน Fat Festival#7 ด้วยการร่วมทีมกับอ้น ที่มาช่วยควบคุมวง และได้เปิดตัวโปรเจคท์ที่ทำอยู่เป็นครั้งแรก

นอกจากเพลงที่ทำแล้ว เขาก็แต่งเรื่องสั้น วาดการ์ตูน ทำหนังสือพิมพ์ "เดอะซัง" และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อไม่ให้ชีวิตซ้ำซากจำเจ เพื่อสร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับคนที่ได้สัมผัสผลงานของเขาอย่างสม่ำเสมอ

จากโปรเจคท์ของ SEXT ต่อมาถึง Mafiarecord และ Alert41 วันนี้ "ซัง" จะได้เปิดตัวเพลงของตัวเองจริงๆจังๆซะที กับเพลงแรก "ชาติหน้าค่อยว่ากัน" ในสไตล์สนุกๆกวนๆแบบซังกะบ๊วยๆ ในอัลบั้มรวมศิลปินหน้าใหม่ ALERT FORTY ONE PROJECT และจะมีเพลงใหม่ๆตามมาอีกในเร็วๆนี้

ติดต่อเชิญที่ sangabuay@hotmail.com นะครับ
คำเตือน เป็นความสามารถเฉพาะตัว ห้ามลอกเลียนแบบ อาจจะทำให้เกิดอาการแหนมสลดได้